
เศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนคงมองหาอาชีพเสริม หรือมองหาธุรกิจที่ลงทุนน้อย หรือ ขายของออนไลน์ เพื่อหารายได้เพิ่มกันมากขึ้น นั่นเป็นเหตุผล ที่ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจการเป็น ตัวแทนจำหน่าย แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าระบบตัวแทนนั้น คืออะไร มีประโยชน์ และข้อดี ข้อเสียอย่างไร ขั้นตอนการสมัครต้องเริ่มแบบไหน วันนี้เราเลยจะมาอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจกันอย่างแจ่มแจ้งค่ะ เริ่มเลยยย~
ตัวแทนจำหน่าย คืออะไร ?
ตัวแทนจำหน่าย คือ คนที่สนใจนำสินค้าของแบรนด์ไปจำหน่ายต่อ ให้กับลูกค้าของตนเอง ผ่านทางช่องทางขายต่าง ๆ เช่น ในสื่อโซเชียล อย่าง Facebook, Instagram, Tiktok หรือใน Marketplace ที่กำลังเป็นที่นิยม อย่าง Shopee, Lazada เป็นต้น ซึ่งบางคนอาจจะนำไปขายเสริมกับธุรกิจของตนเอง ที่มีอยู่แล้ว หรืออาจจะเปิดร้านใหม่ ที่มีแต่สินค้าของแบรนด์นั้น ๆ เลยก็ได้
ตัวแทนจำหน่ายมีกี่ประเภท
- ตัวแทนจำหน่ายแบบ สต๊อกสินค้า คือ การซื้อสินค้าไป ครั้งละจำนวนมาก ๆ เพื่อเก็บสต๊อกสินค้านั้นไว้กับตนเอง ขายสินค้า และจัดส่งสินค้าด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่ทางแบรนด์จะมีการตั้งราคาไว้ให้กับตัวแทน หากยิ่งซื้อ มักจะได้ราคาที่ถูกลง ทำให้ได้กำไรเพิ่มมากขึ้น
- ตัวแทนจำหน่ายแบบ ไม่สต๊อกสินค้า หรือ ตัวแทนขายของออนไลน์ Dropship คือ การที่ตัวแทน ไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าไปสต๊อกไว้เอง ทำแค่เพียงหาลูกค้า และนำรูปสินค้าไปโพสต์ขาย ตามช่องทางต่าง ๆ เท่านั้น ส่วนการจัดส่งสินค้า ทางแบรนด์จะทำการจัดส่งให้ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน
ซึ่งแต่ละประเภทนั้น มีความแตกต่างกันออกไป โดยผู้ที่สนใจสามารถเลือกตามแบบที่ตนเองเหมาะสมได้ เพื่อให้ส่งผลดีต่อธุรกิจมากที่สุด

ทำไม? ตัวแทนจำหน่าย ถึงเป็นที่นิยม
ในยุคสมัยนี้แต่ละแบรนด์เริ่มมีการเปิดรับตัวแทนกันมากขึ้น เนื่องจากสามารถเพิ่มยอดขาย และขยายฐานลูกค้าให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการขายของออนไลน์ กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง และมีข้อดีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ระบบตัวแทนนั้นได้รับความนิยม ก็คือ
- ลงทุนน้อย หรือไม่ต้องใช้เงินลงทุน
- ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง จากการผลิตสินค้าเอง
- สะดวกสบาย ไม่ต้องลงแรงเองทั้งหมด
- สามารถเลือกขายสินค้าที่ทำกำไรให้กับตนเองได้
- ได้โอกาสในการฝึกเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเอง
ข้อเสีย ของการเป็นตัวแทนจำหน่าย
เราทราบข้อดีกันไปแล้ว อีกเรื่องที่ควรรู้ก็คือ ข้อเสียของการเป็นตัวแทน เพื่อที่เราจะได้เตรียมรับมือกับปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของเรา นั่นก็คือ
- เราไม่สามารถควบคุมการผลิตสินค้าได้ อาจเกิดปัญหาสต๊อกขาด ไม่เพียงพอต่อการขายของเรา
- รับฟังปัญหาของลูกค้าโดยตรง แทนเจ้าของแบรนด์
- มีคู่แข่งมากมาย เนื่องจากแบรนด์รับตัวแทนจำหน่ายหลายเจ้า
- ไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามต้องการ เนื่องจากต้องทำตามกฎราคากลางของแบรนด์นั้น ๆ

เริ่มต้นเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างไร?
- ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน มองหาสินค้าที่อยากนำไปขาย
- ต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร เราจะได้วางแผนการขาย และเจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
- เลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจและตรวจสอบได้
- เลือกประเภทตัวแทนที่เหมาะกับตนเอง ว่าเราสะดวกที่จะสต๊อกสินค้าหรือไม่ หรือควรทำแบบไม่สต๊อกสินค้าไปก่อน หากมีเงินลงทุนในอนาคต ค่อยเริ่มที่จะสต๊อกสินค้าก็ได้
สิ่งที่จะได้รับเมื่อสมัครเป็น ตัวแทนจำหน่าย
สำหรับผู้ที่สนใจทำธุรกิจ หรือกำลังมองหาแบรนด์ที่เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายอยู่ ตอนนี้ทางแฮปปี้โฮมกำลังเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย จากทั่วประเทศ ทั้งแบบสต๊อกสินค้า และ ตัวแทนออนไลน์ ไม่สต๊อกสินค้า ซึ่งตัวแทนของเรา จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
- ไม่เสียค่าธรรมเนียม ในการสมัคร
- ช่วยลดต้นทุน ไม่ต้องสต๊อกสินค้า
- มีเรทราคาขั้นบันได ยิ่งซื้อ ยิ่งถูก
- รายได้ดี บวกกำไรได้มากกว่า 30%
- สะดวกสบาย บริษัทจัดส่งให้ในนามตัวแทน
- มีรูปสินค้า แคตตาล็อก พร้อมนำไปโพสต์ขายได้ทันที
- บริการให้คำปรึกษา ฟรี! สำหรับผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนกับเรา

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
เว็บไซต์รวมธุรกิจน่าลงทุน ดูเพิ่มเติม