HOW TO! ดูแลผ้าห่มอย่างไร ให้หอมนุ่ม มีอายุการใช้งานยาวนาน

สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กับการนอนหลับนั้น ก็คือความสะอาดของชุดเครื่องนอนของเรา การทำความสะอาด ชุดเครื่องนอน ผ้าห่ม ผ้านวม เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน แน่นอนว่าของที่เราใช้ทุกวันนั้น มักจะเก่าเร็ว และเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น หรือเชื้อโรคได้ง่าย แต่ถ้าหากเรามีวิธีที่สามารถดูแลรักษา และทำความสะอาดที่ถูกต้อง ก็จะสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรค รวมทั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นได้

วันนี้แฮปปี้โฮมได้นำเคล็ดลับ การดูแลผ้าห่ม รวมถึงวิธีการซัก เพื่อให้ผ้าห่มของเรานุ่มน่าห่มและมีอายุการใช้งานยาวนาน มาฝากกันค่ะ

มาเริ่มกันเลย!

1. ทุกๆ 1-2 สัปดาห์

สำหรับการซักผ้าห่มหรือชุดเครื่องนอนของเรานั้น ควรทำความสะอาด อย่างน้อยทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ยิ่งหากใครเป็นภูมิแพ้ก็ควรหมั่นทำความสะอาดมากขึ้น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค และกำจัดไรฝุ่นต่างๆ ออกไป

2. ดูสักนิด ว่าซักเครื่องได้หรือไม่

ลองเช็คดูสักหน่อยว่าผ้าห่มของเรา ขนาดไม่ใหญ่เกินไปสำหรับเครื่องซักผ้า หากมีขนาดใหญ่จะทำให้แน่นเกินไป เวลาซักจะไม่สะอาด เพราะไม่สามารถปั่นได้ทั่วทั้งผืน นอกจากนี้ควรแยกซักกับพวกเสื้อผ้าด้วย เพื่อไม่ให้ซิปหรือกระดุมมาเกี่ยวกับเส้นใย

3. กำจัดคราบสกปรกก่อน ค่อยนำไปซัก

หากมีคราบสกปรก ควรกัดจัดออกเสียก่อน อาจใช้วิธีการซักมือตรงบริเวณนั้นให้คราบออกไป ก่อนที่จะนำไปซักเครื่อง เพื่อความสะอาดมากยิ่งขึ้น

4. ซักในน้ำเย็นดีกว่า

หากใช้น้ำอุ่นในการซัก จะทำให้มีสารตกค้างมากกว่า นอกจากนี้ควรใช้น้ำยาซักผ้าแบบน้ำแทนการใช้ผงซักฟอก เพราะละลายได้ดีกว่า และช่วยลดดคราบขาวที่อาจเกิดขึ้นจากผงซักฟอกได้

5. ปั่นไม่กี่นาที เพื่อถนอมเนื้อผ้า

ควรเลือกปั่นไม่เกิน 5 นาที หากปั่นนานเกินไปจะทำลายเนื้อผ้า และถ้าอยากให้ผ้าห่มหอมนุ่มยิ่งขึ้น ให้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปด้วย แช่เป็นเวลา 5 นาที หลังจากปั่นเสร็จแล้ว นำไปปั่นแห้งเป็นเวลา 10 นาที ก่อนนำไปตาก

6. ตากในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

ควรตากในที่ที่มีลมหรือแสงแดดส่องถึง เพื่อให้ผ้าห่มแห้งไวยิ่งขึ้น และยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามผ้าได้

7. เก็บใส่ถุง เพื่อความสะอาดและอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

ก่อนเก็บ ควรเช็คให้ดีก่อนว่าผ้าห่มของเราแห้งดีแล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นอับและเกิดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนวิธีการเก็บควรใส่ถุงด้วย เพื่อไม่ให้ฝุ่นจับ หากต้องการประหยัดพื้นที่ในการเก็บ อาจเลือกใช้ถุงสูญญากาศเป็นตัวช่วย


อ้างอิง: kapook.com
รูปประกอบ: pixabay

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *